Skip to main content

รีวิว วิกฤติวันสิ้นโลก (The Day After Tomorrow)

The Day After Tomorrow ผลงานการกำกับและเขียนบทของ Roland Emmerich นำแสดงโดย Jake Gyllenhaal และ Dennis Quaid หนังบอกเล่าเรื่องราวภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น ที่ตามความทรงจำที่เราจำได้ น่าจะเป็นหนังเรื่องแรก ๆ ที่หยิบยกประเด็นภาวะโลกร้อนมาบอกเล่า เมื่อมันเป็นชนวนที่อาจเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกอย่างกระทันหัน น้ำแข็งขั้วโลกที่ละลายไหลลงสู่มหาสมุทรรบกวนกระแสคลื่นทำลายสมดุลย์ของภูมิอากาศ เกิดภัยพิบัติไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นลูกเห็บขนาดใหญ่, พายุเฮอริเคน, ทอร์นาโด, หิมะตก, น้ำท่วมครั้งรุนแรง และสิ่งเหล่านั้นกำลังนำโลกไปสู่ยุคน้ำแข็งครั้งใหม่ 


เรื่องราวแจ็ค ฮอลล์ (เดนนิส เควด) ผู้เป็นนักกาลวิทยา ผลที่ได้จากการค้นคว้าของฮอลล์ระบุว่า สภาวะโลกร้อนอาจเป็นชนวนหายนะแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันของภูมิอากาศโลก แกนน้ำแข็งที่เขาทำการเจาะในทวีปแอนตาร์กติกาบ่งว่ามันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน และในตอนนี้เขาได้ส่งคำเตือนไปยังหน่วยราชการ ว่ามันอาจเกิดขึ้นอีกครั้งหากไม่มีการดำเนินการโดยทันที แต่คำเตือนของเขามาถึงช้าเกินไป ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อฮอลล์ได้เจอกับก้อนน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่พอๆ กับรัฐโร้ดไอส์แลนด์ ซึ่งแตกออกมาจากภูเขาน้ำแข็งในขั้วโลกใต้ และจากนั้นคือปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงของอากาศอย่างรุนแรง ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปทั่วโลก




โดยรวมเนื้อหามีความน่าสนใจ เชิงเป็นการเตือนในเรื่องของภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น จะช้าจะเร็ว ผู้สร้างก็อาจจะอยากเตือนให้ผู้คนตระหนัก และเลิกทำให้โลกร้อน ไม่งั้นเรื่องราวเหล่านี้อาจจะเกิดในยุคที่เรายังมีชีวิตอยู่ นด้านเอฟเฟคต์เรียกได้ว่าเอาใจผมไปเลยดีกว่า หนังไม่ได้เอาแต่ยันเอฟเฟคต์ที่น่ากลัวเพียงเท่านั้น แต่พยายามแทรกซึมเข้าไปถึงความกลัวในจิตใจของมนุษย์ด้วย เนื้อเรื่องทำได้ดี เอฟเฟคต์ก็ทำได้ยอดเยี่ยม ไม่ได้สักแต่มีภาวะบ้าบอหลายอย่าง แต่ก็แค่ฉาก ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่ามันน่ากลัวแต่อย่างใด


สรุป The day after tomorrow น่าจะเป็นหนังภัยพิบัติที่พอทำให้เราเสียว หวาดกลัว กับสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นบนโลกเราได้บ้าง สนุกตื่นเต้น เต็มไปด้วยฉากระทึกๆ เหนี่ยวอารมณ์คนดู ภาพเทคนิคสมจริง


👉👉 นอกจากนี้ติดตาม รีวิวซีรี่ย์แนวพีเรียด อิงประวัติศาสตร์ ได้ที่นี่

Comments

Popular posts from this blog

รีวิว นาจา เกิดอีกครั้งก็ยังเทพ New Gods: Nezha Reborn (2021)

"New Gids Nezha Reborn" หรือมีชื่อในภาษาไทยว่า "นาจา เกิดอีกครั้งก็ยังเทพ" ในเรื่องก็เทพจริง ๆ เป็นอีกเรื่องที่มีการนำเอานาจามาตีความเป็นเวอร์ชั่นใหม่ให้ดูอลังการทั้ง CG และเอฟเฟคที่ทำออกมาได้ค่อยข้างดี ฉากสวย ตัวละครที่มีเอกลักษณ์ เดินเรื่องได้กระชับฉับไวดราม่าเข้มข้นและไม่น่าเบื่อ เรื่องราว นาจาเกิดอีกครั้งก็ยังเทพจะดำเนินเรื่องโดยตัวละครเอกที่มีชื่อว่า "หลี่อวิ๋นเสียง" เด็กหนุ่มที่มีนิสัยเลือดร้อน ผู้รักการขับขี่มอเตอร์ไซค์เป็นชีวิตจิตใจ ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองตงไห่ที่ผู้คนอยู่ในสภาวะอดอยากน้ำกลายเป็นทรัพยากรขาดแคลนหายาก โดยเบื้องหลังทั้งหมดเป็นฝีมือของ "ตระกูลเต๋อ" หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลและควบคุมทรัพยากรน้ำไว้แต่ผู้เดียว !! หลี่อวิ๋นเสียง อาศัยอยู่ในสลัมร่วมกับพ่อและพี่ชายแต่ดูเหมือนครอบครัวนี้จะไม่ลงลอยกันสักเท่าไร และยังมีอีกคน คาชา เพื่อนหญิงรุ่นน้องที่สนิทสนมกัน วันหนึ่งหลี่อวิ๋นเสียงกับคาชาได้ขี่มอเตอร์ไซด์เที่ยวไปในถนนตอนกลางคืน แล้วถูกหาเรื่องโดยลูกชายของลูกพี่เต๋อ คาชา ถูกทำร้ายจนเสียขา ทำให้หลี่อวิ๋นเสียงระเบิดความโกรธจนเขาได้...

แนะนำภาพยนตร์ Nobody (คนธรรมดานรกเรียกพี่) แอ็คชั่นระดับ จอห์น วิค

NOBODY (2021) เมื่อขโมย 2 คน บุกเข้าในบ้านหลังหนึ่ง เพื่อขโมยทรัพท์สินที่มีค่า ซึ่งพ่อไม่ได้ทำอะไรเพื่อปกป้องตัวเองและครอบครัว โดยหวังว่าจะไม่เกิดความรุนแรงขึ้น ซึ่งทำให้ลูกชายวัยรุ่นผิดหวังในตัวเขา โจรได้เงินเล็กน้อย และนาฬิกาของเรา ในตอนเช้า เมื่อเขารู้ว่าสร้อยคอแมวของลูกสาวถูกขโมยไปด้วย เขาจึงกลับไปเป็นคนเดิมอีกครั้ง แล้วเรื่องราวก็เริ่มขึ้น... เรื่องราว  ฮัตช์ แมนเซล (บ็อบ โอเดนเคิร์ก)  คือชายชนชั้นกลางธรรมดาที่ซ่อนอดีตดำมืดให้หลับไหลไปกับหน้าฉากพนักงานกระจอก ๆ ที่ทำงานในโรงงานของน้องชายเมียตัวเอง จนค่ำคืนหนึ่งที่บ้านอันสงบสุขของเขาถูกโจรกระจอกสองผัวเมียบุกปล้นและทำร้ายลูกชายของเขา ตัวตนที่หลับไหลของฮัตช์ก็ถูกปลุกจนผลของมันนำไปสู่อาการบาดเจ็บสาหัสของน้องชายมาเฟียรัสเซียหลังเขาตัดสินใจช่วยชีวิตหญิงสาวบนรถเมล์และมันก็ทำให้คนธรรมดาอย่างฮัตช์ต้องกลับสู่สมรภูมิเดือดอีกครั้ง ภาพรวม  Nobody ลุงจอมโหดล่าลุงมาเฟีย แอ็คชั่นระดับ จอห์น วิค เนื้อเรื่องไม่ต้องไปสนฉากแอ็คชั่นถือว่าดีเลยด้วยทีมงานที่เคยผ่าน จอห์น วิค มาแล้วทั้งสามภาค ทำให้เรื่องของฉากแอ็คชั่นในเรื่อง คือขนมกรุบกรอบ...

รีวิวภาพยนตร์ Hitman : Agent Jun มาดนักฆ่าขึงขังและมาดพ่อบ้านกลัวเมียที่ชวนขำ

Hitman : Agent Jun เป็นหนังแอคชันคอมมาดี้ขายดีของปีนี้ ซึ่งมีแม่เหล็กหลักคือ ควอนซังอู ที่จะมาโชว์สกิลบู๊แมนๆล่ำๆ มาดนักฆ่าขึงขังและมาดพ่อบ้านกลัวเมียที่ชวนขำ ในเนื้อเรื่องที่สนุกสนาน ชวนติดตาม ผสมผสานหลายรสชาติ สมทบด้วยนักแสดงมากฝีมืออีกหลายคน เช่น จองจุนโฮ อีอีคยอง ฮวังอูซึลฮเย ฮอซองแท อีจุนฮยอก และนักแสดงรุ่นเยาว์ อีจีวอน เรื่องราวเริ่มต้นที่ประเทศต้องเผชิญหน้ากับเหล่าอาชญากรก่อการร้ายซึ่งล่าตัวได้ยากยิ่ง จน ผอ.ฮยองโด (รับบทโดย ฮอซองแท) แห่งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (NIS) ต้องจัดตั้งหน่วยลับพิเศษขึ้นมา ชื่อว่าโครงการ Shield Kite เพื่อเสริมปฏิบัติการให้ทีมต่อต้านการก่อการร้าย โดยการนำเด็กชายกำพร้า ไม่มีตัวตนในสังคม แต่ศักยภาพและหน่วยก้านดีมาเลี้ยงดู ปั้นให้เป็น Hitman คือเป็นมือสังหาร นักสู้ที่เชี่ยวชาญสารพัดอาวุธ ทำหน้าที่สายลับสืบล่าคนร้าย ประดุจมีร่างกายเป็นอาวุธ หรือที่เรียกว่าเป็น Humanoid Weapon หนึ่งในมือสังหารที่มีฝีมือระดับเอซของโครงการ คือ เจ้าหน้าที่ จุน (รับบทโดย ควอนซังอู) หรือที่เรียกกันว่า เอเจนต์จุน ผลงานของเขาโดดเด่น ตะลุยเดี่ยวจับวายร้ายมาได้เสมอ เป็นที่ชื่นชมของหัวหน้...