Skip to main content

รีวิว สปริกกัน (Spriggan) ปลุกชีพมังงะยุค 90 ด้วยแอ็กชั่นสุดมันส์

สปริกกัน (Spriggan) อนิเมะ Netflix จากการ์ตูนเก่าระดับตำนานในยุค 1990 ที่แต่งโดยฮิโรชิ ทาคาชิเงะ และวาดภาพประกอบโดยเรียวจิ มินากาวะ (ตีพิมพ์โดย “Shonen Sunday Comics” สำนักพิมพ์โชงะกุกัง) เรื่องราวของ โอมินาเอะ ยู เจ้าหน้าที่สปริกกันของอาร์คัม ที่คอยตามล่าและปิดผนึกวัตถุโบราณจากอารยธรรมเก่าแก่มีขุมพลังอันตรายซ่อนอยู่ เพื่อไม่ให้ใครนำไปใช้ในทางที่ผิดจนเกิดผลร้ายหายนะกับมนุษยชาติ


เรื่องราวในสมัยโบราณเคยมีอารยธรรมอันยิ่งใหญ่บนโลกมนุษย์ ชนกลุ่มนี้มีองค์ความรู้และวิทยาการทางวิทยาศาสตร์ที่ก้าวล้ำยิ่งกว่ามนุษยชาติในปัจจุบัน และเศษซากอารยธรรมโบราณนี้ยังคงซุกซ่อนกระจายอยู่ทั่วโลกในยุคนี้ หลังจากเครือข่ายการสื่อสารแพร่ขยายครอบคลุมไปทั่วโลกและดาวเทียมสอดแนมสามารถเปิดโปงความลับทุกอย่างได้ กองทัพของชาติมหาอำนาจในโลกก็เข้าปะทะกันในขณะค้นหาและทำการวิจัยวัตถุโบราณเหล่านี้ ซึ่งเป็น “”ขุมพลัง”” มหาศาลเกินกว่าจะประมาณได้ ใครคนหนึ่งจากอารยธรรมโบราณนี้จารึกข้อความไว้ว่า “”จงปกป้องวัตถุของเราจากคนชั่ว”” องค์กรแห่งหนึ่งยึดมั่นข้อความนี้อย่างจริงจังและพยายามปกปิดอารยธรรมโบราณให้สาบสูญไปตลอดกาล สายลับชั้นแนวหน้าจากองค์กรนี้มีชื่อเรียกขานว่า “สปริกกัน”



อนิเมะจากมังงะระดับตำนานเมื่อ 30 ปีก่อนที่เคยถูกนำมาสร้างเมื่อปี 1998 เป็นฉบับหนังโรง แล้วก็เว้นช่วงห่างไปนานจนคนรุ่นหลังน่าจะไม่รู้จักเรื่องนี้แล้ว ซึ่ง Netflix ก็ปลุกชีพกลับมาทำใหม่ มีการปรับเปลี่ยนลำดับเรื่อง โลกในเรื่องให้ทันสมัยเข้ากับปัจจุบัน อย่างการมีการใช้สมาร์ทโฟน แล้วก็เครื่องมือใหม่ๆ เข้ามา ทำให้เรื่องนี้ดูทันสมัยไม่ว่าแฟนรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ดูก็ไม่รู้สึกว่าตัวเรื่องตกยุคแต่อย่างใด 


ภาพรวมถือเป็นความพยายามปลุกชีพมังงะเก่าขึ้นมาใหม่ได้สำเร็จ ตัวเรื่องดูกระชับสนุกมันส์กับฉากแอ็กชั่นที่อัดกันเข้ามาโครมๆ แทบตลอดเวลา แล้วก็ยังสนุกตรงไอเดียการนำเรื่องเล่าโบราณมาตีความใหม่ให้ดูเป็นวิทยาการล้ำยุค ที่ใช้ได้ทั้งสร้างสรรค์และทำลายแบบดาบสองคม ซึ่งเป็นจุดขายของเรื่องเลยว่าแต่ละตอนจะนำผู้ชมไปพบกับสิ่งแปลกประหลาดมหัศจรรย์ได้แค่ไหน อาจจะมีความน่าสนใจไม่เท่ากันอยู่บ้าง แต่รวมๆ ก็สนุกและทำได้น่าสนใจทุกตอน


👉👉 ติดตามรีวิวเพิ่มเติมที่นี่ รีวิวซีรี่ย์แนวพีเรียด อิงประวัติศาสตร์

Comments

Popular posts from this blog

Alita: Battle Angel อลิตา แบทเทิล แองเจิ้ล

 เรียกได้ว่าเป็นหนังเอนิเมชั่นที่สมจริงอีกเรื่องเลยก็ว่าได้ ในเรื่อง Alita: Battle Angel อลิตา แบทเทิล แองเจิ้ล ได้ผู้กำกับอย่าง โรเบิร์ต รอดริเกซ ที่ขนนักแสดงนำอย่าง โรซา ซาลาซาร์ ,คีแอน จอห์นสัน ,คริสตอฟ วอลท์ซ ,เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี ,เอ็ด สไครน์ ,อีซา กอนซาเลซ และนักแสดงมากฝีมืออีกมากมาย โดยเรื่องราวเกิดขึ้นในอนาคตอันไกลโพ้น ซึ่งไซบอร์กและหุ่นยนตร์กลายเป็นเรื่องปกติ เมืองลอยฟ้าทิฟาเรส เก็บงำความลับอันดำมืด มันทิ้งขยะไร้ค่าลงสู่โล่งเบื้องล่าง และที่ลานทิ้งขยะนั้นเองค่ะ Alita: Battle Angel เ รื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 26 หรือ 300 ปีให้หลังจากสงครามอวกาศ ซึ่งก่อนหน้านี้ในอนาคตอันไกลโพ้น จะมีไซบอร์กและหุ่นยนตร์ดำเนินชีวิตประจำวันให้เห็นโดยเป็นเรื่องปกติ และมีเมืองลอยฟ้าที่เก็บงำความลับอันดำมืดไว้ และตลอดระยะเวลาจะมีการทิ้งขยะที่ไร้ค่าลงสู่พื้นโล่งเบื้องล่างทับถมกันจนกลายเป็นลานขยะ ณ ที่ลานทิ้งขยะนั้นเอง ศัลยแพทย์ดร.ไดสัน อิโดะได้เดินทางไปที่ลานขยะก็ได้พบกับไซบอร์กสาวที่สมองยังคงทำงานอยู่ไม่เสียหาย จึงได้เก็บเธอมาแล้วช่วยซ่อมร่างของเธอให้ หลังจากที่เธอฟื้นขึ้นมาเธอไม่สามาร...

รีวิว Cowboy Bebop (Live-Action) ที่ดัดแปลงจากอนิเมะขึ้นหิ้งในตำนานปลายยุค 90s

Cowboy Bebop Netflix ดัดแปลงจากอนิเมะขึ้นหิ้งในตำนานในปลายยุค 90s เป็นการยำรวมระหว่าง หนังคาวบอย กังฟูสไตล์บรู๊ซลี ยานอวกาศ เพลงแจ้ส คอบรา ผสมผสานบรรยากาศของหนังให้อารมณ์ทำภารกิจเป็นตอนๆบวกการไล่ล่าแบบหนังตำรวจและหนังมาเฟียเข้าด้วยกัน พร้อมด้วยเพลงแจ๊สคลอประกอบไปตลอดเรื่อง  เรื่องราวของเหล่า “คาวบอยอวกาศ” หรือ นักล่าค่าหัวในโลกยุคอนาคตที่การเดินทางระหว่างดวงดาวเริ่มกลายเป็นเรื่องปกติ แต่สังคมก็ยังเต็มไปด้วยอาชญากรรมมากมายที่หน่วยงานและตำรวจไม่สามารถปราบได้ จึงทำให้มีอาชีพนักล่าค่าหัวเพื่อตามจับเหล่าอาชญากรระหว่างดวงดาวเกิดขึ้น ซึ่งสมาชิกของยาน “Bebop” ที่ประกอบด้วย สไปค์ สปีเกล และ เจ็ต แบล็ก ในฐานะคาวบอยอวกาศชื่อดังก็ต้องรับภารกิจล่าค่าหัวตามจับเหล่าอาชญากร ซึ่งระหว่างนั้นก็ได้เจอกับ เฟย์ วาเลนไทน์ หญิงนักล่าค่าหัวปริศนาที่เข้ามาร่วมกลุ่ม ตามด้วย เอ็ด แฮกเกอร์หญิงอัจฉริยะ ซึ่งการรวมตัวกันของพวกเขาจะทำให้ทีมคาวบอยบีบ็อบออกป่วนไปทั่วระบบสุริยะ  เรื่องราวอีกด้านหนึ่งยังโฟกัสไปที่อดีตของสไปค์ที่ยังคงตามมาหลอกหลอนเขาเป็นระยะ ในฐานะอดีตนักฆ่าแถวหน้าขององค์กรอาชญากรรม “เรดดรากอน” แ...

รีวิว The Spy Who Dumped Me 2 สปายสวมรอยข้ามโลก

The Spy Who Dumped Me 2 สปายสวมรอยข้ามโลก  เป็นเรื่อง2คู่ซี้สาวออเดรย์ (มิล่า คูนิส) และ มอร์แกน (เคท แมคคินนอน) สองสาวขโมยทัมบ์ไดรฟ์ที่บรรจุความลับสุดยอดที่ได้มาจากศพของมือสังหาร และโดนตามล่าโดนองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จนต้องหนีหัวซุกหัวซุน และการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด  และกระชากโฉมหน้าองค์กรลับแห่งนี้  และบทสรุป ที่คาดไม่ถึง เรื่องราวหลัง ดรูว์ (จัสติน เธอโร) กิ๊กเก่ามาโดนยิงต่อหน้าต่อตา พร้อมฝากฝังภารกิจสุดห้าว จน ออดรีย์(มิลา คูนิส) สาวช้ำรักพร้อม มอร์แกน(เคต แมคคินนอน) เพื่อนซี้ที่ปากแทบไม่เคยหุบ ต้องกระเตงกันไปไกลถึงยุโรป เพื่อส่งมอบแฟลชไดร์ฟที่บรรจุข้อมูลลับให้ถึงมือที่ปลอดภัยก่อนจะเกิดหายนะโลก แล้วชีวิตสองสาววัย 30 ก็ต้องหนีการตามล่าทั้ง เซบาสเตียน (แซม โฮแกน) สายลับอังกฤษสุดหล่อที่ต้องทนร่วมงานกับ ดัฟเฟอร์ (ฮาซาน มินฮาจ)คู่หูที่เอาแต่อวดฉลาด นาจยา (อีวานนา ซาคาห์โน)นักฆ่าสาวหุ่นนางแบบจากองค์กรก่อการร้าย ที่จะทำให้การเปิดซิงทริปยุโรปของ ออดรีย์ กับ มอร์แกน เป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงเลยทีเดียว โดยรวมเปิดเรื่องมาอย่างกับก็อปฉากจากหนังแอ็คชั่นอย่าง เจสัน บอร์น แล้ว หน...